05
Oct

ตำนานองค์เจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์กวนอิม ก่อนบูชา

เจ้าแม่กวนอิม สามมิติ

เจ้าแม่กวนอิม สามมิติ

บูชา กบคาบเหรียญ คลิก

พระองค์เป็นธิดาของพระเจ้าเหมี่ยวจวงกับพระนางเซี่ยวหลินผู้ครองอาณาจักรซิงหลินอันยิ่งใหญ่ เป็นธิดาองค์ที่ 3 เจ้าแม่กวนอิมมีนามเดิมว่า เมี่ยวเซียง (เมี่ยวซัน) พระพี่นางองค์แรกชื่อ เมี่ยวเชง อภิเษกกับข้าราชการชั้นบัณฑิต มีสติปัญญาล้ำเลิศยิ่งนัก ส่วนองค์ที่ 2 อภิเษกกับนายทหาร เป็นแม่ทัพใหญ่ มีฝีมือในการรบพุ่ง เป็นที่เกรงกลัวแก่ข้าศึกศัตรู พระราชบุตรเขยทั้ง 2 จึงเป็นที่ปรึกษาสำคัญของพระเจ้าเหมี่ยวจวงในการทำศึกสงคราม พระองค์ต้องการแผ่อำนาจ ยึดครองเมืองอื่นๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุดไร้ความเมตตากับประชาชนในเมืองข้าศึก ซ้ำพระองค์ไม่ยอมรับนับถือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า กับเห็นว่าพระธรรมคำสอนของพระองค์สอนให้พ่ายแพ้อ่อนแอ ไม่สามารถจะสร้างความยิ่งใหญ่ได้พระราชธิดาเมี่ยวซันหาได้เป็นเช่นพระองค์ไม่ พระนางมีศิริโฉมงดงาม และยังมีน้ำพระทัยประเสริฐมีเมตตากรุณา ช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก ผู้เจ็บป่วยเสมอ แม้ทหารเชลยฝ่ายตรงข้ามที่ถูกจับมาขัง ก็ยังได้รับความเมตตาปราณีจาก พระนางเมี่ยวซันเสมอ การช่วยเหลือแต่ละครั้ง ต้องทำอย่างลับๆปิดบังซ่อนเร้น มิให้พระราชบิดาทรงทราบ มิฉะนั้นจะถูกลง อาญาอย่างหนักและเฉียบขาด

บางครั้งพระนางก็ต้องปลอมพระองค์ เพื่อไปช่วยเหลือผู้ได้รับทุกข์ทรมาน แต่ความก็ทราบถึง พระราชมารดาก็ทรงตักเตือน และให้ระมัดระวัง

พระนางเมี่ยวซันถึงวัยที่จะมีคู่ครอง พระราชบิดาจึงมีรับสั่งให้พระนาง เลือกบุคคลที่มีความสามารถในเชิงรบ เพื่อเป็นกำลังในการขยายอาณาจักรต่อไป แต่พระนางเมี่ยวซันก็ปฏิเสธ โดยพระนาง กราบบังคมทูลว่า ไม่ขอมีคู่ครอง ขอบวชเป็นภิกษุณีในวัด ขจัดบาป เพื่อบำเพ็ญกุศล จนกว่าจะบรรลุถึงพระโพธิญาณ คือความรู้แจ้งในธรรม จะได้ไปสอนธรรมทั่วทิศในจักรวาล และนำพระบิดา มารดาขึ้นไปสู่สวรรค์ช่วยผู้ได้รับความทุกข์ ทรมาน กลับใจคนชั่วให้เป็นคนดี ให้ทุกคนสร้างความดี

พระราชบิดาทรงทราบก็บังเกิดความพิโรธในพระทัย แต่ก็ระงับไว้ และทรงเกลี้ยกล่อมให้พระธิดามีคู่ครองแทนการออกบวชทั้งวิธีแข็งกร้าวและนุ่มนวล แต่ก็ไม่สำเร็จ พระเจ้าเมี่ยวจวงจึงเนรเทศ ไปบวชเป็นภิกษุณีที่อารามนกขาว และทำงานทุกอย่างตั้งแต่กวาดลานวัด ตักน้ำ ผ่าฟืนหุงข้าวดุจสามัญชน ด้วยพระธิดามี บารมีมาก เทพยดาที่สถิตอยู่บริเวณต่างๆก็พากันมาช่วยทำงานเรียบร้อยหมด เทพยดาเหล่านี้เชื่อกันว่าเคยได้รับส่วนบุญกุศลที่ พระนางสร้างสมมาในอดีตชาติ

พระราชบิดาได้ทรงทราบเรื่องราวทั้งหมด พระองค์มีความพิโรธนัก เพราะกลัวว่าอิทธิฤทธิ์ ของพระธิดาจะเลื่องลือไป แล้วทหาร ประชาชน จะเลื่อมใสพากันออกบวช จะทำให้อาณาจักรของพระองค์อ่อนแอลง จึงมีบัญชาให้เผาอารามนกขาวทันที แต่พระธิดาเมี่ยวซัน ก็ตั้งสมาธิจิตอย่างแน่วแน่ อธิษฐานบารมีหากกรรมของพระองค์ ยังไม่สิ้น ขอให้ได้รับเคราะห์กรรมเหล่านี้แต่เพียงผู้เดียวเถิดผู้อื่นอย่าได้รับความเดือดร้อนด้วยเลยและขอให้พระองค์ ได้มีโอกาส ช่วยผู้ที่มีทุกข์ร้อนให้สิ้นไปด้วยเถิด ครั้นสิ้นคำอธิษฐาน ฝนก็ตกมาดับไฟที่ลุกลามอารามนกขาวจนหมดสิ้น

พระเจ้าเมี่ยวจวงหาได้หยุดยั้งการทำลายภิกษุณีเมี่ยวซันสั่งให้นำตัวพระนางเข้ามาในวังเพื่อทำการประหารชีวิตใหัสิ้นซากไป โดยมิได้คำนึงว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อสายของผู้ออกคำสั่งเอง พระภิกษุณีเมี่ยวซันหาตกพระทัยไม่ ทั้งไม่ร้องขอชีวิต กลับนั่งหลับตาทำสมาธินิ่งแผ่เมตตาให้พระบิดาและทุกๆคน

ในพระทัยของพระภิกษุณีเมี่ยวซันกลับมีจิตสงสาร พระมารดา ที่ทรงเลี้ยงดูพระองค์มาตั้งแต่เล็กๆยังไม่ได้ทดแทนพระคุณเลย ส่วนพระบิดาก็หลงมัวเมาในอำนาจ มีแต่รบราฆ่าฟันผู้อื่น ย่อมนำไปสู่ภพภูมิที่ต่ำช้าต้องได้รับทุกข์ทรมาน ภิกษุณีเมี่ยวซันทรงดำริเช่นนั้นแล้ว ก็กระทำจิตให้นิ่งอยู่อยู่ในสมาธิ ภาวนานามของพระพุทธเจ้าเพื่อสละกิเลสทั้งปวง และถอดจิตออกจากพระวรกาย ทันใดนั้นเพชฌฆาต ก็ฟาดดาบอันคมกริบบน พระศอทันที่แต่ก็ไม่เป็นอันตรายต่อพระนาง คมดาบไม่ระคายผิวหนังแม้จะใช้อาวุธอย่างอื่นก็ไม่สำเร็จได้ พระเจ้าเมี่ยวจวง จึงออกคำสั่งให้เอาผ้าแพรมารัดพระศอ ให้นางสิ้นชีวิต ร่างของภิกษุณีเมี่ยวซันจึงล้มลงจากท่านั่งสมาธิ ทันใดนั้นก็ปรากฏ ควันสีขาวพุ่งตรงมาอย่างรวดเร็วจากฟ้าทิศตะวันออกกลายเป็นเสือคาบพระภิกษุณีเมี่ยวซันเข้าสู่ป่าใหญ่ ส่วนกายทิพย์ของ พระภิกษุณีเมี่ยวซันมีเทพรับไปชมเมืองนรกพระนางบังเกิดความสลดพระทัยยิ่งนัก จึงมุ่งมั่นในการบำเพ็ญ บารมีให้บรรลุถึง พระโพธิญาณเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ผู้อยู่ในนรกทั้งหลาย เมื่อเที่ยวเมืองนรกจนทั่วเทพ จึงนำกายทิพย์กลับมาร่างเดิมซึ่งถูกเสือ สวรรค์คาบเอาไปไว้ในป่าใหญ่

ภิกษุณีเมี่ยวซันรู้สึกพระองค์อีกครั้ง เห็นมานพหนุ่มร่างงาม จับตา ต้องใจอิสตรียิ่งนัก มาปรนนิบัติเพื่อทดสอบพรหมจรรย์ของนางว่าจะมั่นคงต่อการบำเพ็ญเพียงใด แต่มานพหนุ่มนั้นก็ประจักษ์ถึงแก่นแท้ของ พระนางว่ามั่นคงแน่นนอนในพรหมจรรย์ มานพหนุ่มจึงกลายร่างเป็นพระโพธิสัตว์ ท่านแปลงรางมาเพื่อทดสอบจิตใจ และพาภิกษุณีเมี่ยวซันไปสู่แดนสงบซึ่งเป็นเกาะที่สวยงามเพื่อบำเพ็ญบารมีฝึกจิตให้บรรลุถึงพระโพธิสัตว์ต่อไป

ทรงบำเพ็ญอยู่นาน 9 ปีเต็ม โดยไม่ย่อท้อ จนสำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์ และได้รับการยกย่องให้เป็นใหญ่ในหมู่พระสงฆ์ และมีพระนามตามภาษาจีนว่า “กวนอิมผ่อสัก” แปล่วาพระโพธิสัตว์เงี่ยหูฟังเสียงไกล

ด้วยความกตัญญูกตเวที โพธิสัตว์กวนอิม ทรงระลึกถึงพระบิดามารดา ทรงทราบว่าพระบิดาประชวรนัก และมีผู้คิดปองร้าย จึงสั่งให้ซานใช้ ผู้เป็นศิษย์ไปช่วยพระบิดา โดยวางแผนและอุบายในการรักษา

ส่วนพระเจ้าเมี่ยวจวงถึงจะประชวรหนัก หาแพทย์คนใดรักษาไม่ได้แล้ว พระองค์ยังทรงมีทิฐิเป็นปฏิปักษ์ต่อพระศาสนาไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากบุคคลในศาสนาถือ ว่าเป็นบุคคลนำความอ่อนแอและภัยความมั่นคงของแผ่นดินมาให้

ซานใช้ก็อาศัยอุบายของโพธิสัตว์กวนอิมเข้าไปถวายการรักษา ซานใช้ทูลว่า โรคของพระองค์จะหายต้องใช้แขนและ ดวงตาของ พระโพธิสัตว์ มาทำเป็นยา พระเจ้าเมี่ยวจวงจึงทรงสั่งให้เสนาบดีเดินทางไปยังเกาะตามที่ ซานใช้บอกครั้งแรก ได้ดวงตาข้างซ้าย แขนข้างซ้ายของโพธิสัตว์มาก่อน รักษาโรคหายไปครั้งหนึ่ง แต่ยังทรงทรมานอีก ซานใช้ให้เสนาบดีส่งคณะ ไปเอาดวงตากับ แขนขวาของพระโพธิสัตว์อีกจึงรักษาหาย เมื่อพระเจ้าเมี่ยวจวงหายดีแล้ว จึงทรงทราบว่า พระโพธิสัตว์ที่สละดวงตากับแขนทั้งสองคือ พระธิดาเมี่ยวซันเอง พระองค์จึงสำนึกบาป ลดทิฐิลง มอบอำนาจราชสมบัติให้ราชบุตรเขย และออก เดินทางไปยังเกาะที่ประทับของพระโพธิสัตว์กวนอิมพร้อมด้วยมเหสี และพระพี่นางทั้งสอง

พระเจ้าเมี่ยวจวงทรงปลดปล่อยเชลย คืนทรัพย์สินต่างๆที่ยึดมาเมื่อสมัยชนะสงคราม แล้วให้เสนาบดีที่เคยไปขอดวงตาและแขนจากพระโพธิสัตว์กวนอิม นำทางไปยัง เกาะสงบสวยแห่งนั้น การเดินทางเต็มไปด้วยอุปสรรค ความยากลำบากมากมาย พวกวิญญาณทั้งหลายที่พระองค์เคยประหาร ครั้งทำสงคราม คอยติดตามอาฆาตจองเวร แต่ได้อาศัยบุญบารมีของพระมเหสีที่รับช่วงจากพระโพธิสัตว์กวนอิม และความ แน่วแน่ที่จะเข้าสู่ความสงบของพระพุทธศาสนาของพระเจ้าเมี่ยวจวง พวกวิญญาณร้ายจึงทำอะไรพระองค์มิได้ ต่อมาซานใช้ได้ช่วย นำทางต่อจากเสนาบดีมาจนถึงเกาะ และได้เข่าเฝ้าพระโพธิสัตว์ พระบิดา มราดา ทรงกรรแสงสงสารพระโพธิสัตว์ที่ไม่มีแขน และดวงตา พระโพธิสัตว์ทรงตรัสว่า พระองค์เต็มใจให้แขนและดวงตา เพื่อความกตัญญูกตเวทีต่อบิดา มิได้เสียดายแม้ชีวิตของ พระองค์ก็ทรงเสี่ยสละให้ได้

พระโพธิสัตว์กวนอิมกล่าวด้วยความบริสุทธิ์ใจ จึงตั้งสัจจะอธิษฐานให้แขนและดวงตากลับคืนมาดังเดิม ด้วยพระพุทธานุภาพแขนและดวงตาจึงคืนกลับมาเหมือนเดิม ทำให้ พระบิดา มารดา ตลอดจนข้าราชบริพารที่ตามเสด็จยินดีอย่างมาก และขอศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ โดยแต่งกายสีขาว แยกชาย และหญิงออกจากกัน เพื่อให้บรรลุโสดาบันเป็น เบื้องต้น จะเร็วช้าสุดแต่บารมีของแต่ละคนที่สร้างสมมาในอดีตชาติ

ตามตำนานกล่าวว่า พระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นโพธิสัตว์ฝ่ายพระ พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์ที่มีชาวพุทธนับถือมากที่สุด เพราะทรงมีพระเมตตากรุณาโปรดสัตว์ทั่วไตรภูมิ ให้พ้นจากทุกข์ทั้งปวง กลับใจคนชั่วให้กลายเป็นคนดี เมื่อพระองค์จะเสด็จไปโปรดสัตว์ พระองค์จะแปลงกายให้ผู้พบเห็นยำเกรง ถ้าโปรดยักษ์มาร พระจะแปลงองค์มีมือมากมาย โปรดกษัตริย์ก็จะแปลงเป็นกษัตริย์ ถ้าโปรดอิสตรี พระองค์จะแปลงร่างให้งดงามกว่าหญิงทั้งปวง เหตุที่พระองค์ต้องปฏิบัติเช่นนี้เพราะต้องการลดทิฐิของผู้มีอำนาจง่ายต่อการสั่งสอนธรรม

ภาพเขียนหรือรูปปั้นของพระโพธิสัตว์กวนอิม ที่ปรากฏตามบ้านเรือน ผู้คนเคารพกราบไหว้บูชา จะเป็นสตรีที่มีวงพักตร์งดงาม เรือนร่างอ่อนช้อย พระหัตถ์ซ้ายของพระองค์ทรง ถือแจกันน้ำอมฤต ที่สามารถปราบมารได้ และพระหัตถ์ขวาทรงถือกิ่งหลิวอันศักดิ์สิทธิ์ ไว้สำหรับประพรมน้ำอมฤต บนพระเศียรมีสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้า คือ รูปอมิตาภะนั่นเอง

อีกตำนาน

พระโพธิสัตว์กวนอิม (ประสูติ 19 เดือนยี่จีน) ชาติสุดท้ายเป็น ราชธิดานาม เมี่ยวซ่าน เดิมเป็นเทพธิดา จุติลงมายังโลกมนุษย์เพื่อมาช่วยปลดเปลื้องทุกข์ภัยแก่มวลมนุษย์ เป็นราชธิดาองค์สุดท้ายของกษัตริย์ เมี่ยวจวง และ ของ พระนางเซี่ยวหลิน ซึ่งมีพระราชธิดา 3 พระองค์ องค์โตชื่อ เมี่ยวอิม องค์รองชื่อ เมี่ยวหยวน เยาว์วัย เจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน เป็นพุทธมามกะ รู้แจ้งในหลักธรรมลึกซึ้ง ตั้งพระทัยแน่วแน่จะบำเพ็ญภาวนา เพื่อหลุดพ้นสังสารวัฏ ออกบวชวันที่ 19 เดือน 9 พระเจ้าเมี่ยวจวงไม่เห็นด้วย จะบังคับให้เลือกราชบุตรเขย เพื่อจะได้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อไป แต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านไม่สนพระทัยเรื่องลาภ ยศ สรรเสริญ อันจอมปลอม แม้จะถูกพระบิดาดุด่าอย่างไร องค์หญิงก็ไม่เคยนึกโกรธเคืองแต่อย่างใด

ต่อมาองค์หญิงสามได้ถูกขับไปทำงานหนักในสวนดอกไม้ เช่น หาบน้ำ ปลูกดอกไม้ ทั้งนี้เพื่อทรมานให้เปลี่ยนความตั้งใจ แต่ก็มีเหล่ารุกขเทวดามาช่วยทำแทนให้ทั้งหมด พระบิดาเมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล จึงรับสั่งให้หัวหน้าแม่ชี นำองค์หญิงสามไปอยู่ที่วัดนกยูงขาว และให้เอางานของแม่ชีทั้งวัดมอบให้องค์หญิงทำคนเดียว แต่องค์หญิงมีพระทัยเด็ดเดี่ยว ไม่เกี่ยงงานการต่างๆ ก็มีเหล่าเทพารักษ์มาช่วยทำแทนให้อีก พระเจ้าเมี่ยวจวงเข้าพระทัยว่า พวกแม่ชีไม่กล้าเคี่ยวเข็ญใช้งานหนัก ก็ยิ่งทรงกริ้วหนักขึ้น สั่งให้ทหารเผาวัดนกยูงขาวจนวอดเป็นจุณไป พร้อมกับพวกแม่ชีทั้งวัด มีแต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านเท่านั้นที่ปลอดภัยรอดชีวิตมาได้

พระเจ้าเมี่ยวจวงทรงทราบดังนั้น จึงรับสั่งให้นำตัวราชธิดาไปประหารชีวิต เทพารักษ์คอยคุ้มครองเจ้าหญิงอยู่ โดยเนรมิตทองทิพย์เป็นเกราะห่อหุ้มตัว คมดาบของนายทหารจึงไม่อาจระคายพระวรกาย ดาบหักถึง 3 ครั้ง 3 ครา พระบิดาทรงกริ้วยิ่งนัก โดยเข้าพระทัยว่านายทหารไม่กล้าประหารจริง จึงให้ประหารนายทหารแทน แล้วรับสั่งให้จับเจ้าหญิงไปแขวนคอ ทว่าผ้าแพรที่แขวนคอก็ขาดสะบั้นลงอีก

ทันใดนั้นปรากฏมีเสือเทวดาตัวหนึ่งได้นำเจ้าหญิงขึ้นพาดหลังแล้วเผ่นหนีไปที่เขาเซียงซัน ต่อมา เทพไท่ไป๋ได้แปลงร่างเป็นชายชรามาโปรดเจ้าหญิง ชี้แนะเคล็ดวิธีการบำเพ็ญเพียรเครื่องดับทุกข์ จนสามารถบรรลุมรรคผลสำเร็จธรรม วันที่ 19 เดือน 6 ข้างฝ่ายพระบิดาเข้าพระทัยว่า เจ้าหญิงถูกเสือคาบไปกินเสียแล้ว จึงไม่ได้ติดใจตามราวีอีก

ต่อมาไม่นานบาปกรรมที่พระองค์ก่อไว้ส่งผล เกิดป่วยด้วยโรคร้ายแรง ไม่มียารักษาให้หายได้ เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านได้ทรงทราบด้วยญาณวิถีว่า พระบิดากำลังประสบเคราะห์กรรมอย่างหนัก ด้วยความกตัญญูกตเวทีเป็นเลิศ มิได้ถือโทษโกรธการกระทำพระบิดาแม้แต่น้อย ทรงได้สละดวงตาและแขนสองข้าง เพื่อรักษาพระบิดาจนหายจากโรคร้าย ว่ากันว่า ภายหลังสำเร็จอรหันต์ ได้ดวงตาและพระกรคืน เคยแสดงปาฏิหาริย์เป็นปางกวนอิมพันมือ องค์หญิงเมี่ยวซ่านนั้น ตอนแรกเป็นชาวพุทธ ตอนหลังเทพไท่ไป๋ได้มาโปรด ชี้แนะหนทางดับทุกข์ เหตุนี้พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงเป็นเทพทั้งฝ่ายพุทธและฝ่ายเต๋าในเวลาเดียวกัน

พระโพธิสัตว์กวนอิมในภาคบุรุษเพศ

 เจ้าแม่กวนอิม สามมิติ

พระโพธิสัตว์กวนอิม วัดยานนาวากรุงเทพฯ

สำหรับรูปประติมากรรมพระแม่กวนอิมในลักษณะของเพศหญิงที่เป็นที่นับถือกันในปัจจุบันนั้น แท้จริงแล้ว เมื่อครั้งศาสนาพุทธแรกเผยแผ่จากอินเดียสู่จีนนั้น รูปลักษณ์ของพระอวโลกิเตศวร(พระโพธิสัตว์กวนอิม)ก็เป็นภาพของพระโพธิสัตว์เพศชายเช่นเดียวกับในอินเดีย สันนิษฐานว่า คติเกี่ยวกับรูปเคารพพระโพธิสัตว์กวนอิม น่าจะมีมาตั้งแต่สมัยสามก๊กและราชวงค์จิ้น จนกระทั่งถึงสมัยหนานเป่ยเฉา หลักฐานสำคัญก็คือ รูปวาดจิตรกรรมฝาผนังและรูปปฏิมากรรมแกะสลักพระโพธิสัตว์กวนอิมที่ปรากฏอยู่ในถ้ำม่อเกา (莫高)ที่สร้างขึ้นในช่วงหนานเป่ยเฉานั้น เป็นภาพของพระอวโลกิเตศวร(พระโพธิสัตว์กวนอิม) ที่มีลักษณะแบบเพศชาย มีริมฝีปากหนาและมีหนวดเครา ส่วนเหตุผลของความเปลี่ยนแปลงจากบุคลิกลักษณะของพระอวโลกิเตศวรที่เดิมเป็นเพศชายจนแปรเปลี่ยนเป็นเพศหญิงนั้น นักประติมานวิทยา สันนิษฐานว่า น่าจะมาจากเหตุผล 2 ประการ

ประการแรก นั้นคือ พระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นผู้ทรงโปรดสัตว์โลก ผู้ตกทุกข์ได้ยาก และในสมัยโบราณนั้น ผู้หญิงมักได้รับการกดขี่ข่มเหงและทุกข์ทรมานมากกว่าเพศชาย จึงเกิดภาพลักษณ์ในด้านที่เป็นเพศหญิง เพื่อช่วยเหลือสตรีให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรม

ประการที่สอง นั้นคือ ผู้หญิงเป็นเพศที่มีความอ่อนโยนและมีจิตใจที่ดีงามกว่าเพศชาย โดยเฉพาะความรักของผู้เป็นมารดา อันเป็นสัญลักษณ์ของความเมตตาการุณย์ต่อบุตร

ดังนั้น จึงเชื่อกันว่า นี้คือเหตุเปลี่ยนแปลงของภาพแห่งลักษณะพระโพธิสัตว์กวนอิมที่แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นเพศหญิงในที่สุด

ในด้านศิลปกรรมจีน ได้สะท้อนสัญลักษณ์ของพระโพธิสัตว์กวนอิมที่แสดงถึงความเมตตากรุณา อาทิ ภาพพระแม่กวนอิมยืนประทับบนหลังมังกรกลางมหาสมุทร , ภาพพระแม่กวนอิมพรมน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากกิ่งหลิวในแจกัน , ภาพพระแม่กวนอิมประทับนั่งกลางป่าไผ่ , ภาพพระแม่กวนอิมปางประธานบุตร และภาพพระแม่กวนอิมพันมือ เป็นต้น

แต่ไม่ว่าจะแสดงภาพแห่งพระแม่กวนอิมในลักษณะใด พระองค์ก็ยังทรงเป็นสัญลักษณ์ของพระโพธิสัตว์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตากรุณา ที่ประทับอยู่กลางใจของผู้ศรัทธาจนถึงปัจจุบัน

“เจ้าแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ (อวโลกิเตศวร) เป็นพระโพธิสัตว์ผู้มีพระเมตตา เพราะท่านไม่ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า เหมือนพระโพธิสัตว์องค์อื่นๆ แต่ทรงแบ่งภาคได้หลายภาค เพื่อมาโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลาย”

 

ทรงเอื้ออารีแก่มวลมนุษย์ที่ได้กราบไหว้บูชาให้ประสบผลสำเร็จอันพึงปรารถนาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ กล่าวกันว่าท่านสามารถช่วยปัดเป่าความทุกข์ภัยพยันตรายให้ท่านที่เดือดร้อน โดยตั้งจิตอธิษฐานให้แน่วแน่ ก็จะได้ผลสำเร็จอันพึงปรารถนาทุกประการ

การบูชาที่บ้านก็ ครั้งแรกให้ไหว้ด้วยดอกบัวสีชมพู หรือขาว 9 ดอก ธูป 9 ดอก เทียน 2 เล่ม ส้ม สาลี่ อย่างละ4ผล เพิ่มผลไม้อะไรก็ได้ (ห้ามมะม่วง มังคุด พุทรา) ขนมเปี๊ยะหรือไหว้พระจันทร์ น้ำชา 4 ถ้วย ซิ่วท้อด้วยก็ได้ถ้ามีเวลาสวดมนต์ก็ถวายประคำด้วย 1 เส้น

วันธรรมดาก็ น้ำชา ผลไม้ เท่าไหร่ก็ได้ การตั้งโต๊ะ ตรงไหนไว้ที่หิ้งพระก็ได้ แต่ต้องวางไว้ต่ำกว่าพระพุทธรูป สูงกว่าพระสงฆ์ ใกล้มหาเทพได้ ส่วนการหันท่านขึ้นกับดวงชะตาราศีเกิดของผู้บูชา

หลังจากนั้น เริ่มการสวดด้วยการตั้งนโม 3 จบ แล้วสวดบทสวดเจ้าแม่กวนอิม 3 จบแผ่เมตตาต่อสรรพสัตว์ ก็เสร็จแล้ว เพราะจิตบูชาเป็นสำคัญ ถ้าคิดจะตั้งบูชาเจ้าแม่กวนอิม แล้วต้องงดทานเนื้อวัว และห้ามถวายอาหารที่มีเนื้อสัตว์ต่อท่านโดยเด็ดขาด

มีเรื่องเล่ากันมานานแล้วว่า ท่านใดที่ขอให้ท่านช่วย แล้วถวายตัวเองโดยตั้งสัตย์และจิตอธิษฐานว่า จะไม่กินเนื้อวัวตลอดชีวิต ท่านก็จะช่วยให้สำเร็จทุกประการ เพราะการไม่กินเนื้อสัตว์นั้น ช่วยให้กรรมบางอย่างระงับไปเพราะไม่มีการฆ่าสัตว์นั้นอีก

 

คาถาสวดบูชาเจ้าแม่กวนอิม

( บทสวดนี้เป็นการออกเสียงตามภาษาจีนแต้จิ๋วที่ชาวไทยเชื้อสายจีนในไทยแปลไว้ทั้งสองบท แต่ในความเป็นจริงแล้ว ท่านสามารถอธิษฐานเป็นภาษาไทยหรือภาษาอะไรก็ได้ เพราะว่าการสื่อความหมายจะใช้แรงอธิษฐาน ที่เกิดจากความตั้งใจอันแน่วแน่ของผู้กราบไหว้ในขณะสวดบริกรรมนั่นเองที่สำคัญที่สุด)

 

บทสรรเสริญพระคุณ

นะโมกวงซิอิม ผ่อสัก
นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโคว่ กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก (กราบ)
นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโคว่ กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก (กราบ)
นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโคว่ กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก (กราบ)
นำโมฮูก นำโมหวบ นำโมเจ็ง นำโมกิวโคว่ กิวหลั่ง กวงสี่อิมผู่สัก ทั่งจี้โต
โอม เกียล้อฮวดโต เกียล้อฮวดโต เกียล้อฮวดโต ล้อเกียฮวดโต ล้อเกียฮวดโต
ซาผ่อออ เทียงล้อซิ้ง ตี่ล้อซิ้ง นั้งลี่หลั่ง หลั่งลี่ซิ้ง เจ็กเฉียก ใจเอียง ห่วยอุ่ยติ๊ง
นำโมม่อออป่อเยี๊ยปอล้อบิ๊ก (กราบ)

ผู้ที่เจริญพระคาถาของพระกวนอิม จะเกิดประโยชน์ผลดีคือ

1. อัคคีภัยแห่งราคะ จะดับได้ด้วย สันติคุณ
2. อัคคีภัยแห่งโทสะ จะดับได้ด้วย ปัญญาคุณ
3. อัคคีภัยแห่งโมหะ จะดับได้ด้วย ปัญญาคุณ

ดู ของตกแต่งบ้าน อื่นๆ